My Blog

My Blog

My WordPress Blog

Posts filed under Travel News

พระใหญ่ หรือ พระพุทธโคดม

วัดพระใหญ่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ขึ้นชื่อของเกาะสมุย และเป็นที่เคารพ สักการะ ของพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป วัดแห่งนี้ สร้างขึ้นในปีพศ.2515 เมื่อเข้ามาถึงจะพบที่จอดรถ และร้านขายของที่ระลึกมากมายให้เลือกซื้อเช่น เสื้อผ้า หมวก ภาพศิลปะ รวมถึงมีร้านอาหารและร้านกาแฟอีกหลาย ๆ ร้าน ให้นั่งพักผ่อนหลบแดดรับลม ส่วนด้านหลังของเกาะตรงที่จอดรถ มีรูปปั้นในวรรณคดีพระอภัยมณีไว้ให้ถ่ายรูป ก่อนขึ้นไปกราบบูชาองค์พระด้านบน

เกาะกุฎี

เกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด น้ำทะเลรอบเกาะนั้นใสแจ๋ว น่าว่ายเล่น ชายฝั่งก็เต็มไปด้วยหาดทรายที่สวยงาม รวมถึงมีแนวปะการังให้ชม บนเกาะเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ และมีสถานที่กางเต็นท์รองรับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ใกล้ ๆ กับเกาะกุฎียังมีเกาะขนาดเล็กที่น่าสนใจ ได้แก่ เกาะท้ายค้างคาวและเกาะถ้ำฤๅษี ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเยือน

อนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง

นอกจากจะได้สักการะอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ผู้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวตราดแล้ว ไม่ไกลกันนักยังมีอาคารพิพิธภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายเรือรบอันเป็นจุดเด่นของอนุสรณ์สถานฯ แห่งนี้ โดยภายในได้จัดแสดงข้อมูลประวัติศาสตร์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และประวัติการสู้รบของกองทัพเรือไทยกับกองกำลังเรือของฝรั่งเศสหรือ “ยุทธนาวีเกาะช้าง” อันลือเลื่องในอดีต โดยทุกปีจะมีการจัดงานรำลึกถึงยุทธนาวีครั้งประวัติศาสตร์ทุกวันที่ 17-21 มกราคมของทุกปี

หมู่บ้านทุ่งโฮ้ง

หมู่บ้านทุ่งโฮ้ง เป็นหมู่บ้านในเขตอำเภอเมือง ที่มีผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ขึ้นชื่อมาก ได้แก่ ผ้าหม้อห้อม ซึ่งถือกันว่ามีเนื้อดี ทนทาน และสวยงาม นักท่องเที่ยว นิยมซื้อหาไว้ เป็นของที่ละลึก การเดินทาง ใช้เส้นทางสาย แพร่-น่าน ไปเพียงประมาณ ๔ กิโลเมตร หมู่บ้านนี้แต่เดิมเป็นบ้านของชาวไทยพวน ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่า ผู้แก่และจากการค้นคว้าในหนังสือประวัติศาสตร์พบว่า อพยพมาจากเมืองพวน แขวงเมืองเชียงราย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประมาณ พ.ศ. 2360 – 2380 ไทยพวนบ้านทุ่งโฮ้ง หรือชื่อเดิมเรียกว่า บ้านทั่งโฮ้ง “คำว่าทั่ง” หมายถึง ทั่วที่รองรับการตีเหล็ก คำว่า “โห้ง” เป็นภาษาไทยพวน หมายถึงสถานที่เป็นแอ่งลึกลงไป คนพวนว่า “มันโห้งลงไป” สมัยก่อนนั้นคนพวนบ้านทุ่งโฮ้งจะมีเตาตีเหล็กกันแทบทุกหลังคาเรือน เขาจึงเรียกว่า “บ้านทั่งโห้ง” ส่วนคำว่า “ทุ่งโฮ้ง” คงจะเป็นคำเพี้ยงจากคำว่า “ทั่งโห้ง” อาชีพหลักของชาวบ้านทุ่งโฮ้ง คือการทำผ้าหม้อห้อมแท้ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของบรรพบุรุษ ที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน และเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดแพร่ จนได้รับการคัดเลือกเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP… (read more)

สวนรุกขชาติซับชมภู

สวนรุกขชาติแห่งนี้มีพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติราว 180 ไร่ จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2527 โดยความเห็นชอบของสภาตำบลบ้านโภชน์ร่วมกับปลัดอำเภอและป่าไม้อำเภอหนองไผ่ สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ภายในสวนตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับ มีน้ำตก 3 แห่งที่ไหลมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ได้แก่ น้ำตกหินงาม น้ำตกไทรงาม และน้ำตกธารงาม ขณะที่พื้นที่บางส่วนของวัดซับชมพู ยังถือเป็นแหล่งความรู้ทางพฤกษศาสตร์ที่มีทั้งป่าเบญจพรรณและสมุนไพรนานาชนิดให้เลือกชม

ศูนย์การเรียนรู้วิวัฒนการผลิตเหรียญกษาปณ์ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ตั้งอยู่ที่โรงกษาปณ์ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงกษาปณ์แห่งที่ 5 ของไทย มีเนื้อที่ประมาณ 128 ไร่ เริ่มดำเนินการก่อสร้างเดือนมีนาคม พ.ศ.2539 โดยการก่อสร้างอาคารและติดตั้งระบบต่างๆแล้วเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ.2544 และดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2545 โรงกษาปณ์แห่งนี้ มีแนวคิดในการออกแบบและวางผังให้เป็นโรงงานที่ทันสมัย แต่ยังคงแสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ผ่านสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย เพื่อแสดงถึงจุดเริ่มต้น และวิวัฒนาการอันยาวนานของเงินตราในประเทศไทย ภายในนิทรรศการของ “ศูนย์การเรียนรู้วิวัฒนการผลิตเหรียญกษาปณ์ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์” ประกอบด้วยโซนการเรียนรู้ 8 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 โหมโรง (Prelude) ให้ความรู้ด้านประวัติความเป็นมาและการบวนการผลิตเหรียญกษาปณ์ ประวัติและวิวัฒนาการของโรงกษาปณ์และเหรียญกษาปณ์จากอดีตจนถึงปัจจุบัน โซนที่ 2 กำเนิดเงินเหรียญ (History of Coins) เรียนรู้จุดกำเนิดของการใช้เงินเหรียญตั้งแต่การใช้แลกของในสมัยโบราณ จนกระทั้งเริ่มใช้เงินตราเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ก่อนจะพัฒนารูปแบบมาเป็นเงินพดด้วงที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และเป็นเหรียญกษาปณ์ที่เราใช้จ่ายกันในปัจจุบัน โซนที่ 3 วิวิฒนาการของโรงกษาปณ์ไทย (History of Thai Mint) เมื่อหนี่งร้อยห้าสิบปีก่อน โรงกระสาปสิทธิการ โรงกษาปณ์แห่งแรกของไทยถูกสร้างขึ้นในพระบรมมหาราชวัง ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่… (read more)

วัดโปรดเกศเชษฐาราม

วัดไทยพุทธเพียงแห่งเดียวท่ามกลางวัฒนธรรมมอญและวัดพุทธรามัญในย่านพระประแดง ซึ่งสะท้อนสถาปัตยกรรมอันวิจิตรชดช้อยชวนตะลึงในทุกรายละเอียด สมสถานะพระอารามหลวงชั้นตรีซึ่งควบคุมงานก่อสร้างโดยพระยาเพ็ชรพิไชย (เกตุ) ผู้เป็นนายงานสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์ในสมัยรัชกาลที่ 2 ที่นี่ยังแปลกตาไปจากวัดอื่นๆ ตรงที่พระอุโบสถไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันประดับงานปูนปั้นลายเครือเถาแต่งเครื่องลายคราม ด้านในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยนามว่า พระพุทธชินนาถศาสดา ขณะที่พระพุทธไสยาสน์ภายในพระวิหารก็เป็นต้นแบบของพระพุทธรูปที่สลักเสลาพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยเส้นสายคดโค้งอันเปี่ยมเมตตา นิ่งสงบและละมุนละไมยิ่งเหนือบานหน้าต่างตกแต่งศิลปะตะวันตกเป็นภาพปริศนาธรรม นอกจากนี้ยังควรชมพระมณฑปกลางสระน้ำ เป็นสถาปัตยกรรมไทยรูปเจดีย์ย่อเหลี่ยมไม้สิบสอง ภายในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร พระพุทธบาทจำลองประดับมุกเป็นรูปพระพรหมและสัญลักษณ์ทางธรรมอื่นๆ ที่รับรองได้ว่างามจับตาจนยากจะลืมเลือน วัดโปรดเกศเชษฐารามเป็นทั้งสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แหล่งสืบทอดธรรมะ โรงเรียนและโรงพยาบาล โดยมีพระสงฆ์รับหน้าที่เป็นหมอยาแผนโบราณหมอดูผู้ให้ฤกษ์ยามตามศรัทธา และกล่อมเกลาจิตใจชาวบ้านด้วยรสพระธรรม จึงกล่าวได้ว่าวัดคู่เมืองพระประแดงแห่งนี้ยังคงความสำคัญของวัด ในความหมายของการเป็นศูนย์กลางชุมชนในทุกๆด้านอย่างแท้จริงตั้งแต่อดีตตราบจนทุกวันนี้

วัดพระธาตุศรีดอนคำ

วัดพระธาตุศรีดอนคำ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดห้วยอ้อ อยู่เลยที่ว่าการอำเภอลองไปเล็กน้อย ห่างจากตัวเมืองแพร่ 45 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1023 เป็นพระธาตุเก่าแก่ขนาดใหญ่ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1078 คราวพระนางจามเทวีเสด็จจากเมืองละโว้ไปเมืองหริภุญชัย พระธาตุแห่งนี้ได้รับการบูรณะหลายครั้ง ปัจจุบันมีฐานเป็นปูน ส่วนบนประดับด้วยแผ่นโลหะสีทอง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวบรวมตำนานพระพุทธรูป และมีพระพุทธรูปศิลปะพม่า ที่ทำจากไม้เรียกว่า “พระเจ้าพร้าโต้” ตลอดจนคัมภีร์ต่าง ๆ ซึ่งเก็บไว้ในหอไตรของวัด ประวัติวัดโดยค่าว คือราวปีพ.ศ 1078 พระนางจามเทวี พระราชธิดากษัตริย์ผู้ครองเมืองละโว้เป็นมเหสีพระยารามรามัญผู้ครองเมืองอโยฌิยา (เมืองรามบุรี) ขณะนั้นทรงตั้งครรภ์ฝาแฝดยังอ่อนอยู่ ได้เสด็จมาครองเมืองหริภุญชัย (ลำพูน) เวลาทีมานั้นพระราชบิดาได้มอบผอบทองคำปจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งได้มาจากโทณพรามณ์ มาด้วยเรือพร้อมด้วยคณะสังฆะ นักปราชญ์ ไพร่พลอันมาก ชรอยผิดกระแสน้ำปิงมาตามน้ำยม พระนางก็หันน้ำจ้อมจึงคนึงใจว่า เราลองขึ้นไปก่อนเทิด ว่า อัน แต่นั้นมาจึงเรียกว่า “เมืองลอง” จนถึงบัดนี้ และแล้วได้ประชุมยังสังฆะ นักปราชญ์ พิจารณาเห็นว่า ที่นี่ปุนสนุกถูกเนื้อเปิงใจก็ไคร่ปจุพระธาตุ ว่าอันแล้ว พอถึงวันดีจึงพร้อมกันปจุพระธาตุว้าและปลูกต้นมะแงต้นหนึ่ง แล้วจึงดาริพลล่องน้ำยมกลับขึ้นน้ำปิงไปรอด เมืองหริภุญชัย อยู่มาจึงได้ประสูติลูกชายสองคน… (read more)

วัดคีรีวงศ์

สักการะพระจุฬามณี องค์มหาเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครสวรรค์ โดยคุณสามารถเดินชมภายในเจดีย์ขนาดใหญ่แห่งนี้ซึ่งมีทั้งหมด 4 ชั้นด้วยกัน โดยด้านหน้าบนฐานชั้นแรกเป็นที่จุดธูปเทียนบูชา ส่วนชั้นที่สองจะมีรูปหล่อขนาดเท่าองค์จริงของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทย ได้แก่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ หลวงพ่อสดวัดปากน้ำ รวมทั้งรอยพระพุทธบาทจำลอง 12 ราศีไว้ให้ประชาชนทั่วไปได้กราบสักการะและปิดทองเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นเมื่อเดินขึ้นสู่ชั้นที่สาม ด้านนอกจะพบรูปเหมือนหลวงพ่อมหาบุญรอด ผู้สร้างมหาเจดีย์แห่งนี้พร้อมกับประวัติโดยย่อของท่าน ตรงกลาวคือที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่วางบนแท่นเจดีย์องค์เล็ก เพื่อให้ผู้คนได้บูชา นอกจากนี้ชั้นที่สามยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจำลองที่สำคัญของเมืองไทยไว้ให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชา อันได้แก่ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) พระพุทธชินราชจำลอง พระพุทธโสธรจำลอง และพระพุทธรูปหล่อหลวงพ่อวัดไร่ขิง พร้อมกับเพลิดเพลินภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ รวมทั้งชมวิวสวยๆ ของเมืองนครสวรรค์จากชั้นนี้ได้ ส่วนชั้นสุดท้ายคือชั้นที่สี่ที่เป็นจุดชมวิวเมืองนครสวรรค์ในมิติพานอรามากว้างไกลสุดตา ยิ่งในวันท้องฟ้าแจ่มใส อากาศเป็นใจ คุณจะมองเห็นเขากบ บึงบอระเพ็ด ตลาดปากน้ำโพในทิศตะวันออก ส่วนทิศใต้คือวิวของอุทยานสวรรค์ ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ และเขาจอมคีรีนาคพรต ครั้นหันไปฝั่งตะวันตกจะเห็นภูเขาน้อยใหญ่ทอดตัวตระหง่านสลับซับซ้อนราวกำแพงเมือง โดยเฉพาะในช่วงอาทิตย์อัสดงนั้น การชมวิวบนชั้นที่สี่จะกลายเป็นความทรงจำที่คุณลืมไม่ลงทีเดียว กล่าวเฉพาะวัดคีรีวงศ์อันเป็นที่ตั้งของมหาเจดีย์องค์นี้ วัดนี้นับเป็นที่ตั้งศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาจังหวัดนครสวรรค์ ในความอุปถัมภ์ของกรมการศาสนา และเป็นที่ตั้งอุทยานการศึกษา ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งเป็นสำนัก ปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งที่ 1 โดยมีเจ้าคุณพระวิกรมมุนี (พระมหาบุญรอด ปญฺญาวโร ป.ธ.5)… (read more)

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี

   พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี เกิดมาจากการที่กรมศิลปากรได้ตั้งฐานปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำขึ้นที่ท่าแฉลบ และตั้งศูนย์การอนุรักษ์โบราณวัตถุใต้ทะเลขึ้นที่แห่งนี้ ด้วยความที่มีโบราณวัตถุใต้ทะเลอยู่เป็นปริมาณมากนับหมื่น ๆ ชิ้น กรมศิลปากรจึงดำเนินการสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี ขึ้นในปี พ.ศ. 2537 บริเวณค่ายเนินวง ตำบลบางกะจะ ออกแบบเป็นอาคารแฝด 2 ชั้น ภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการค้าทางเรือของไทย รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ได้จากการดำเนินงานด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัยทางโบราณคดีใต้น้ำมาเป็นเวลากว่า 20 ปี